Devices & Compatibility

รายการมือถือรองรับ eSIM 2026: iPhone, Galaxy, Pixel

รายการมือถือรองรับ eSIM 2026: iPhone, Galaxy, Pixel

หนึ่งในคำถามที่ฝ่ายสนับสนุน Polaris eSIM เจอบ่อยที่สุดคือ "มือถือของฉันรองรับ eSIM ไหม?" บทความฉบับเดือนพฤษภาคม 2026 นี้รวมรายการมือถือที่รองรับ eSIM จาก iPhone, Samsung Galaxy, Google Pixel, OPPO, Xiaomi และแบรนด์อื่น ๆ ไม่ต้องจำทุกรุ่น เพียงระวังกับดักสี่ข้อ: iPhone รุ่นอเมริกาตั้งแต่ 14 ขึ้นไปไม่มีถาด SIM, iPhone Air เป็น eSIM อย่างเดียวทั่วโลก, รุ่นจีนแผ่นดินใหญ่ส่วนใหญ่ไม่รองรับ eSIM, และรุ่น "ดูอัลซิม" ของฮ่องกง/มาเก๊าแท้จริงคือ nano-SIM กายภาพสองช่องไม่ใช่ eSIM

รายการมือถือรองรับ eSIM ปี 2026: iPhone, Galaxy, Pixel ตรวจสอบความเข้ากันได้

สรุป 30 วินาที: ดูรายการนี้พอ

ค้นหารุ่นของคุณจากกลุ่มแบรนด์ด้านล่าง สามวินาทีก็ได้คำตอบ ถ้าเสร็จแล้วอยากเลือกแพ็กเกจ เครือข่ายท้องถิ่น (Local Breakout) ข้ามไปที่ /plans/ ได้เลย

  • iPhone: ทุกรุ่นตั้งแต่ XS (2018) เป็นต้นไป รองรับ eSIM ทั้งหมด iPhone Air และ iPhone 17e เป็นรุ่น eSIM อย่างเดียวทั่วโลก
  • Samsung Galaxy: แบรนด์ที่ความแตกต่างระหว่างภูมิภาคสูงสุดและกับดักเยอะที่สุด รุ่น S20 / S21 อเมริกาไม่รองรับ, S22 เกาหลีไม่รองรับ, S23 FE จีนกับฮ่องกงไม่รองรับ, Note 20 อเมริกา/ฮ่องกง/เกาหลีไม่รองรับ; รุ่นที่ขายในไทย/ไต้หวัน/มาเก๊าก็มักไม่มีชิป eSIM ต้องเป็นรุ่นนานาชาติ (อเมริกา/ยุโรป/ญี่ปุ่น/สิงคโปร์/อินเดีย) จึงจะมั่นใจได้
  • Google Pixel: Pixel 4 ขึ้นไปรองรับเป็นส่วนใหญ่ Pixel 3 รุ่นออสเตรเลีย/ญี่ปุ่น/ไต้หวันไม่รองรับ Pixel 3a รุ่นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้/ญี่ปุ่นไม่รองรับ Pixel 10 อเมริกาเป็น eSIM อย่างเดียว (Pro Fold ยังมีถาด SIM)
  • OPPO: Find X5 Pro ขึ้นไป, Find N3 / N3 Flip, Reno 14 ทุกรุ่น
  • Xiaomi / Redmi: Xiaomi 13 ขึ้นไป, 12T Pro, Redmi Note 13 ขึ้นไป
  • Honor / Motorola / Vivo: Magic V3, Razr 50 / 60, Vivo X90 ขึ้นไป
  • Sony Xperia: ณ พฤษภาคม 2026 ยังไม่รองรับ eSIM
  • HUAWEI: รุ่น P40 / P40 Pro / Mate 40 Pro / Pura 70 Pro ที่จำหน่ายในฮ่องกง/มาเก๊าเท่านั้น

วิธีตรวจสอบมือถือตัวเองที่เร็วที่สุด

ดูตารางช้ากว่าถามมือถือเองตรง ๆ เส้นทางในแอปตั้งค่าต่างกันตามแบรนด์ ด้านล่างจึงแยกตามแบรนด์ หรือถ้าจำง่าย ๆ ก็ใช้ *#06# ที่ใช้ได้กับ Android ทุกเครื่อง

iPhone

เปิด "การตั้งค่า → เซลลูลาร์" (หรือ "ข้อมูลมือถือ") ถ้าเห็นปุ่ม "เพิ่ม eSIM" หรือ "ตั้งค่าเซลลูลาร์" แสดงว่าฮาร์ดแวร์รองรับ

Samsung Galaxy

เปิด "การตั้งค่า → การเชื่อมต่อ → ตัวจัดการซิมการ์ด" ถ้าด้านล่างมี "เพิ่มแผนบริการมือถือ" หรือ "เพิ่ม eSIM" แสดงว่ารองรับ ถ้าไม่มีตัวเลือกนี้ แปลว่าเป็นรุ่นที่ถอดชิป eSIM ออก (รุ่นไทย, ไต้หวัน, ฮ่องกง, เกาหลี N เป็นต้น)

Google Pixel

เปิด "การตั้งค่า → เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต → ซิม" ถ้าเห็นลิงก์ "ดาวน์โหลด SIM ใหม่" หรือ "Download a SIM instead?" แสดงว่ารองรับ

OPPO, Xiaomi และ Android อื่น ๆ (วิธีสากล)

เปิดแอปโทรศัพท์ กด *#06# ถ้าข้อมูลที่ขึ้นมามี "EID" รหัส 32 หลักคู่กับ IMEI แสดงว่ามีชิป eSIM ถ้าเห็นแต่ IMEI ไม่มี EID คือเป็นรุ่นที่ถอดชิป หรือรุ่นที่ไม่รองรับเลย วิธีนี้ใช้ได้กับ iPhone และ Samsung ด้วย เป็นวิธีที่ไม่ต้องพึ่งเส้นทางในแอปตั้งค่า ตอนซื้อใหม่ดูตัวอักษรท้ายรหัสรุ่นบนกล่องก็แยกได้: U / U1 = รุ่นอเมริกา (S22 ขึ้นไปส่วนใหญ่มี eSIM), EUX = รุ่นยุโรป (ส่วนใหญ่มี), N = รุ่นเกาหลี (ไม่มี)

iPhone: ตั้งแต่ XS ถึง iPhone Air รองรับทั้งหมด

Apple นำ eSIM เข้ามาตั้งแต่ iPhone XS / XR ในปี 2018 เร็วที่สุดในกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ แต่ "รองรับ" ไม่ได้แปลว่า "เหมือนกันทั้งหมด" จุดเปลี่ยนระหว่างรุ่นที่ต้องจำมีดังนี้

รุ่นและความสามารถ Dual eSIM

  • iPhone XS / XS Max / XR: nano-SIM กายภาพ 1 + eSIM 1
  • iPhone 11, SE รุ่นที่ 2 (2020): เหมือนกัน
  • iPhone 12 ซีรีส์, SE รุ่นที่ 3 (2022): เหมือนกัน
  • iPhone 13 ซีรีส์ขึ้นไป: ใช้ eSIM พร้อมกัน 2 เส้นได้ (แยกเบอร์งานกับเบอร์ส่วนตัว หรือใช้เบอร์ไทยกับเครือข่ายท้องถิ่นต่างประเทศพร้อมกัน)
  • iPhone 14 / 15 / 16 / 17 ซีรีส์: Dual eSIM รุ่นไทย/นานาชาติยังมีถาด SIM 1 ช่อง
  • iPhone Air, iPhone 17e: ทั่วโลก eSIM อย่างเดียว ไม่มีถาดกายภาพ
iPhone 13 ขึ้นไปรองรับ eSIM พร้อมกันสองโปรไฟล์ในเครื่องเดียว

iPhone รุ่นอเมริกา: ตั้งแต่ 14 ทุกซีรีส์ eSIM อย่างเดียว (กับดักหิ้วเข้า)

iPhone 14, 15, 16, 17 ทุกรุ่นที่จำหน่ายในตลาดสหรัฐ ไม่มีถาด SIM กายภาพ ใช้ได้แค่ eSIM ถ้าหิ้วรุ่นอเมริกาเข้ามา nano-SIM ของผู้ให้บริการในประเทศจะใส่ไม่ได้ ต้องขอแปลงเป็น eSIM กับโอเปอเรเตอร์ Apple ใช้นโยบายเดียวกันกับ iPhone 17 Pro / Pro Max ที่จำหน่ายในแคนาดา เม็กซิโก ญี่ปุ่น และหกประเทศอ่าวเปอร์เซีย (ซาอุดีอาระเบีย, UAE, กาตาร์, บาห์เรน, โอมาน, คูเวต)

รุ่นพิเศษฮ่องกง/มาเก๊าและจีนแผ่นดินใหญ่

หลายคนเข้าใจผิดว่า "iPhone ฮ่องกงดูอัลซิม = รองรับ eSIM" จริง ๆ ตรงข้าม รุ่นฮ่องกง/มาเก๊าใช้ nano-SIM กายภาพสองช่อง และไม่มีชิป eSIM รุ่นจีนแผ่นดินใหญ่ก็เคยเป็นแบบกายภาพคู่ จนเอกสารทางการของ Apple อัปเดตในเดือนมีนาคม 2026 ระบุว่าในจีนแผ่นดินใหญ่ มีเฉพาะ iPhone 17e และ iPhone Air ที่รองรับ eSIM รุ่นอื่นยังเป็น nano-SIM กายภาพสองช่อง ถ้าจะใช้ eSIM แบบโรมมิ่งในจีนแผ่นดินใหญ่ต้องพกเครื่องรุ่นนานาชาติเข้าไป

Samsung Galaxy: แบรนด์ที่ความแตกต่างระหว่างภูมิภาคหนักที่สุด

นโยบาย eSIM ของซัมซุงตรงข้ามกับ Apple Apple ใส่ eSIM โดยปริยาย ตัดออกในบางภูมิภาค (จีนแผ่นดินใหญ่, ฮ่องกง, มาเก๊า) ซัมซุงไม่ใส่โดยปริยาย ตัดสินใจรายรุ่น รายภูมิภาค ความเชื่อที่ว่า "Galaxy S25 เรือธงต้องมี eSIM" มักผิด รุ่นรหัสเดียวกันที่ขายต่างประเทศต่างกันได้มาก ตลาดที่กับดักเยอะที่สุดคือ สหรัฐ (รุ่นเก่า), จีนแผ่นดินใหญ่, ฮ่องกง, เกาหลีใต้ ส่วนไต้หวันกับมาเก๊าก็ถูกถอดบ่อยเพราะแหล่งนำเข้าไม่แน่นอน

ซีรีส์ Galaxy S: ต่างกันตามรุ่นและภูมิภาค

รุ่นภูมิภาคที่รองรับภูมิภาคที่ไม่รองรับหมายเหตุ
S20 / S21ยุโรป / ญี่ปุ่น / สิงคโปร์ ฯลฯรุ่นอเมริกา (รุ่นเก่า)Samsung รุ่นเก่าไม่ผลักดัน eSIM ในอเมริกา
S20 FE (4G / 5G)ทุกเวอร์ชันทั้งรุ่นไม่รองรับ
S22 / S22+ / S22 Ultraอเมริกา / ยุโรป / ญี่ปุ่น / อื่น ๆรุ่นเกาหลี (ลงท้าย N)ข้อบังคับท้องถิ่น
S23 / S23+ / S23 Ultraรองรับทั่วโลกรุ่นที่สม่ำเสมอที่สุด
S23 FEอเมริกา / ยุโรป / ญี่ปุ่น ฯลฯรุ่นจีนแผ่นดินใหญ่ / ฮ่องกงที่อื่นรองรับ
S24 ซีรีส์รองรับทั่วโลกSamsung รุ่นแรกที่รองรับ Dual eSIM
S25 / S25+ / S25 Ultra / S25 Edge"ภูมิภาคที่มี eSIM" รองรับทั่วโลกรุ่นจีนแผ่นดินใหญ่จีนแผ่นดินใหญ่ยังเป็น SIM กายภาพคู่

ซีรีส์ Galaxy Z (พับได้)

รุ่นภูมิภาคที่รองรับภูมิภาคที่ไม่รองรับหมายเหตุ
Z Flip รุ่นแรก / Z Flip 5Gบางรุ่นนานาชาติเกาหลี / อเมริการุ่นอเมริกาช่วงต้นไม่มี
Z Flip3 5Gอเมริกา / ยุโรป / ญี่ปุ่น / อื่น ๆเกาหลี
Z Flip4 / 5 / 6 / 7รองรับทั่วโลก
Z Fold รุ่นแรก / Z Fold2 / Z Fold2 5Gบางรุ่นนานาชาติอเมริกา / ฮ่องกง / เกาหลี3 ภูมิภาคไม่มี
Z Fold3 5Gอเมริกา / ยุโรป / ญี่ปุ่น / อื่น ๆเกาหลี
Z Fold4 / 5 / 6 / 7รองรับทั่วโลก

ซีรีส์ Galaxy Note (เลิกผลิต)

รุ่นภูมิภาคที่รองรับภูมิภาคที่ไม่รองรับหมายเหตุ
Note 20 / Note 20 Ultraยุโรป / ญี่ปุ่น / อื่น ๆอเมริกา / ฮ่องกง / เกาหลีซีรีส์เลิกผลิตแล้ว

ซีรีส์ Galaxy A (ระดับกลาง)

การรองรับ eSIM ของซีรีส์ A ขึ้นกับเลขรุ่นและประเทศที่ขายอย่างมาก ที่ยืนยันรองรับ: A34 5G, A54 5G (ในตลาดที่มี eSIM) A35 / A36 / A55 / A56 / A57 5G ขึ้นกับเวอร์ชันภูมิภาค รุ่น A ที่ขายในตลาดเอเชียมักโดนถอดชิป eSIM ก่อนซื้อต้องกด *#06# ตรวจเองทุกครั้ง

วิธีดูว่า Galaxy ของตัวเองรองรับ eSIM ไหม

เส้นทางซอฟต์แวร์ของซัมซุงคือ "การตั้งค่า → การเชื่อมต่อ → ตัวจัดการซิมการ์ด" ถ้ามี "เพิ่มแผนบริการมือถือ" คือมี ถ้าไม่มีคือรุ่นที่ถอดชิปออก ใช้ *#06# ในแอปโทรศัพท์ดู EID ก็ได้ ตอนซื้อใหม่ดูตัวอักษรท้ายรหัสรุ่นบนกล่อง: U / U1 = รุ่นอเมริกา (S22 ขึ้นไปมักมี eSIM), EUX และอื่น ๆ = รุ่นยุโรป (มักมี), N = รุ่นเกาหลี (ไม่มี) รุ่นไต้หวัน/ฮ่องกงมักไม่ระบุท้ายบนกล่อง แต่ส่วนใหญ่ไม่มี eSIM

โควต้า eSIM ของซัมซุง: เครื่องเดียวเก็บได้ 5–8 โปรไฟล์

เครื่องซัมซุงเก็บโปรไฟล์ eSIM ได้ปกติ 5–8 ตัว (ขึ้นกับรุ่น) แต่เปิดใช้งานพร้อมกันได้ 1 ตัวเท่านั้น (ตั้งแต่ S24 ซีรีส์ขยายเป็น 2 ตัว) เหมาะกับนักเดินทางหลายประเทศ: เก็บ eSIM ของแต่ละประเทศไว้ในเครื่อง พอถึงปลายทางสลับครั้งเดียว ไม่ต้องดาวน์โหลดใหม่ทุกรอบ

แท็บเล็ตและนาฬิกาก็มีข้อจำกัดภูมิภาคเดียวกัน

Galaxy Tab S9 / S10 / S11 ออกรุ่นที่มี eSIM เฉพาะใน "ภูมิภาคที่มี eSIM" เท่านั้น Galaxy Watch LTE (Watch 4 LTE ถึง Watch 7 LTE และ Watch Ultra) ก็ตามตรรกะเดียวกัน รุ่นเอเชียมักถอดชิป ก่อนจับคู่ต้องกด *#06# ที่นาฬิกาตรวจเองก่อน

Google Pixel: ตั้งแต่ Pixel 3 ถึง Pixel 10 แต่ Pixel 3 / 3a มีกับดักภูมิภาค

Google ผลักดัน eSIM มานาน Pixel 3 (2018) รองรับมาตั้งแต่ต้น Android เปล่ามี UI จัดการ eSIM สะอาดที่สุด แต่ Pixel 3 และ Pixel 3a มีช่องโหว่ภูมิภาคที่ Google ระบุชัด ตารางด้านล่างสรุปให้เห็นในแถวเดียว

ช่องโหว่ภูมิภาค Pixel 3 / 3a

รุ่นภูมิภาค / ช่องทางที่ไม่รองรับภูมิภาค / ช่องทางที่รองรับ
Pixel 3 / 3 XLออสเตรเลีย / ญี่ปุ่น / ไต้หวัน; รุ่นอเมริกา/แคนาดานอกช่องทาง Sprint หรือ Google Fiรุ่นอเมริกา/แคนาดาผ่าน Sprint หรือ Google Fi
Pixel 3a / 3a XLเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, ญี่ปุ่น, Verizonช่องทางอื่น

ตั้งแต่ Pixel 4: รองรับเต็มและ Dual eSIM

  • Pixel 4 / 4a / 4 XL, Pixel 5 / 5a: รองรับเต็มที่
  • Pixel 6 / 6a / 6 Pro: รองรับเต็มที่
  • Pixel 7 / 7a / 7 Pro ขึ้นไป: รองรับ Dual eSIM พร้อมกัน
  • Pixel 8 / 8 Pro: เหมือนกัน
  • Pixel 9 / 9 Pro / 9 Pro XL / 9 Pro Fold: เหมือนกัน
  • Pixel 10 / 10 Pro / 10 Pro XL / 10a: รุ่นอเมริกาเป็น eSIM อย่างเดียว (ไม่มีถาด SIM); ภูมิภาคอื่น nano-SIM + eSIM
  • Pixel 10 Pro Fold: ข้อยกเว้น แม้รุ่นอเมริกายังมีถาด SIM

วิธีตรวจ: "การตั้งค่า → เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต → ซิม" ถ้ามี "ดาวน์โหลด SIM ใหม่" คือรองรับ ถ้ามี Pixel 3 ที่ซื้อในไต้หวันและอยากเปลี่ยนไปใช้ eSIM ปัญหานี้เป็นที่ฮาร์ดแวร์ การอัปเดตซอฟต์แวร์แก้ไม่ได้ ทางออกที่ใช้ได้จริงคือเปลี่ยนเป็น Pixel 4 ขึ้นไป

แบรนด์ Android อื่น ๆ

OPPO Find / Reno

Find X5 Pro, Find X8, Find X8 Pro, Find X9, Find X9 Pro รองรับ Find N3 / N3 Flip พับได้ Reno 14 / 14 Pro / 14F ระดับกลางก็รองรับ

Xiaomi / Redmi

Xiaomi 13, 14, 15 เรือธง, 12T Pro, Redmi Note 13 ขึ้นไป รองรับ

Honor / Motorola / Vivo / Nokia / OnePlus / ASUS

  • Honor: Magic V3 พับได้, Magic 4 Pro / 5 Pro / 6 Pro, Honor 90 / 200 / 200 Pro
  • Motorola Razr: ตั้งแต่รุ่นรีบูตปี 2019 ถึง Razr 60 Ultra ทุกรุ่น Edge 50 Pro / Fusion, Moto g34 / g55 5G ก็รองรับ
  • Vivo X ซีรีส์: X90, X100, X200, X300 รวม X Fold5 และ iQOO 15
  • Nokia: XR21, X30 5G, G60 5G
  • OnePlus: OnePlus 11, OnePlus 12, OnePlus Open พับได้
  • ASUS: ROG Phone 9, ROG Phone 9 Pro, Zenfone 12 Ultra

Sony Xperia และ HUAWEI กรณีพิเศษ

Sony Xperia: ณ พฤษภาคม 2026 Sony ยังไม่ใส่ฮาร์ดแวร์ eSIM ให้ Xperia 1 / 5 / 10 ผู้ใช้ Sony มีตัวเลือกแค่ SIM กายภาพ HUAWEI: ด้วยข้อจำกัดการขายต่างประเทศ การรองรับ eSIM จำกัดอยู่ที่รุ่น P40 / P40 Pro / Mate 40 Pro / Pura 70 Pro ฮ่องกง/มาเก๊าเท่านั้น

iPad, Apple Watch, Galaxy Watch, Pixel Watch

ไม่ใช่แค่มือถือ ในแท็บเล็ตและอุปกรณ์สวมใส่ eSIM เป็นวิธีที่สะอาดที่สุดในการแชร์เบอร์เดียวกันข้ามอุปกรณ์

iPad (รุ่นเซลลูลาร์)

  • iPad mini: รุ่นที่ 5 (2019) ขึ้นไป
  • iPad Air: รุ่นที่ 3 (2019) ขึ้นไป รุ่น M2 / M3 ปี 2024 เป็นต้นไป eSIM อย่างเดียวทั่วโลก
  • iPad Pro 11" / 13": รุ่นที่ 3 (2018) ขึ้นไป รุ่น M4 ปี 2024 เป็นต้นไป eSIM อย่างเดียวทั่วโลก
  • iPad (พื้นฐาน): รุ่นที่ 7 (2019) ขึ้นไป

Apple Watch (Cellular)

ตั้งแต่ Series 3 (2017) ถึง Series 10 และ Ultra 3 (2025) ทุกรุ่น GPS + Cellular รองรับ eSIM Apple Watch eSIM ใช้แบบ "แชร์เบอร์" กับ iPhone ใช้เบอร์โอเปอเรเตอร์เดียวกันไม่ต้องซื้อแพ็กเกจ eSIM แยก

Galaxy Watch / Pixel Watch (LTE)

Galaxy Watch LTE ตั้งแต่ Watch 4 LTE ถึง Watch 7 LTE และ Watch Ultra รองรับ Pixel Watch รุ่น 1, 2, 3, 4 LTE ทุกรุ่นก็รองรับ eSIM

"รองรับ eSIM" ไม่เท่ากับ "ใช้ eSIM ของประเทศนั้นได้"

หลายคนมือถือรองรับ eSIM แล้วซื้อ eSIM แบบสุ่ม สุดท้ายสัญญาณอ่อนหรือความเร็วไม่ถึงที่สัญญา ปัญหาไม่ใช่เครื่อง แต่เป็นความสัมพันธ์ระหว่างผู้ให้บริการ eSIM กับโอเปอเรเตอร์ในพื้นที่ "eSIM ญี่ปุ่น" เดียวกัน บางอันเป็นโรมมิ่งผ่านประเทศที่สาม บางอันเป็น เครือข่ายท้องถิ่น (Local Breakout) ของ KDDI / SoftBank ที่เปิดให้คุณใช้ตรง ๆ ความเร็วและเสถียรต่างกันมาก ดูรายละเอียดที่ 〈เครือข่ายท้องถิ่น vs โรมมิ่ง

Polaris eSIM ใช้กลยุทธ์สองทาง: ตลาดหลักยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลี และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เน้นเครือข่ายท้องถิ่นก่อน ส่วนที่เหลือเสริมด้วยโรมมิ่งคุณภาพสูง รองรับ 9 ภาษา (จีน, อังกฤษ, ญี่ปุ่น, เกาหลี, ไทย, เวียดนาม, สเปน, ฝรั่งเศส, เยอรมัน) พร้อม AI ที่ปรึกษา "น้องดาว" ดูแพ็กเกจที่ /plans/ ตรวจสอบเครื่องอัตโนมัติที่ /esim-check/ หรือเปิด /chat/ คุยกับน้องดาวโดยตรง

รายการนี้อ้างอิง ณ พฤษภาคม 2026 Apple, Samsung, Google เปิดตัวเรือธงใหม่ทุกเดือนกันยายน บทความจะอัปเดตเมื่อมีรุ่นใหม่ ก่อนเดินทาง 72 ชั่วโมง ตรวจสอบ EID และขั้นตอนติดตั้ง eSIM ของเครื่องคุณ จะได้ไม่ต้องลุ้นที่ปลายทาง